อาลัยรักแด่ย่า

posted on 29 Jan 2010 23:16 by lionreiko  in MyLife

เนื่องจากว่า เมื่อเช้าตรู่วันพุธที่27 เราโดนปลุกขึ้นมาด้วยเรื่องที่น่าตกใจสุดๆ
ตอนช่วงตีห้ากว่าๆใกล้เช้า ก็มีสายเข้ามาที่มือถือเครื่องเรา(ทุกทีถึงจะหลับแล้วก็ไม่ได้ปิด)
แต่ด้วยความงึมงำมาก เลยรับสายไม่ทัน ก็แปลกใจอยู่ว่าอาโทรมาทำไม

พอมาตอนสักเจ็ดโมง พ่อเปิดพรวดเข้ามาในห้องเราแล้วบอกว่า
"ย่าเสียแล้ว"

...
จริงๆอาจไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะเมื่อกลางๆเดือนหลังจากที่เราไปเยี่ยม ย่าก็อาการไม่ดีขึ้นมาอีก จนตอนนั้นพ่อเราก็ต้องบินด่วนจากกรุงเทพกลับไปหาอีกรอบ
อยู่หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ(ส่วนเราติดเรียน ก็เลยต้องอยู่บ้านเองคนเดียวตลอด)
แต่ที่ชวนใจหายคือ จากนั้นย่าก็ดีขึ้น อาการทรงตัวดี จนกลับมาบ้านได้แล้ว
ก็คงถึงคราวแล้วจริงๆล่ะนะ
อาเล่าว่า เมื่อคืนก่อนนั้นย่าบ่นว่าปวด ก็เลยให้ยากิน จากนั้นก็หลับไป
พอตอนตี5 มาดูอีกที ปรากฏว่าย่านิ่งแล้ว ระหว่างกำลังหลับนั่นแหละ
ย่าไปอย่างสงบสบาย ใบหน้ายิ้มด้วย
ยังไงเราก็ว่า ดีกว่าให้เป็นตอนที่กำลังอาการกำเริบทรมานๆมากเลยน่ะนะ

หลังจากพอรู้เรื่องคร่าวๆ แล้วก็ตกลงกันว่าจะเดินทางไปวันไหน
ตัดสินใจยากเหมือนกัน เพราะเรายังมีรายงานที่มีกำหนดส่งอ.ในวันอา.นี้ทางอีเมล์
แต่ก็เอาเป็นว่าจะพยายามทำให้เสร็จ(ให้ได้มากที่สุด)ตอนก่อนเดินทาง แล้วค่อยเอามาทำต่อที่บ้านนี้ก็คงทันอยู่
จากนั้นบ้านเราก็ได้ขึ้นเครื่องบินมาถึงเชียงรายเมื่อวานตอนบ่ายสี่กว่า

งานศพตามประเพณีชาวเหนือเขาจัดกันที่บ้านค่ะ
แล้ววันสุดท้ายก็ค่อยเคลื่อนศพไปเผาที่วัด จากนั้นอะไรต่อก็ว่าไป
ฉะนั้นตอนนี้ก็จอแจตลอดทั้งวันเลย
ช่วงกลางวันรับแขกบ้างเรื่อยๆ ส่วนกลางคืนมีพระมาสวดตอน2ทุ่ม

เราว่า....นี่เป็นครั้งแรกที่เจองานศพที่ไม่มีใครร้องไห้ฟูมฟายเลย
เดิมเราก็สับสนอยู่หน่อยๆว่า จะร้องไห้เยอะๆดีไหมนะ เพราะก็เสียใจอยู่มากพอควร
แต่ พอมาจริงแล้ว ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปเลย
งานศพไม่จำเป็นร้องไห้เสียใจ ทุกคนสามารถยิ้มได้ หัวเราะได้
ที่นี่เราเห็นแต่รอยยิ้มที่มาจากน้ำใจของทุกคน ที่มาช่วยงานกันอย่างล้นหลาม
และเสียงหัวเราะที่มาจากไมตรีจิตรอย่างแท้จริง
ญาติๆไม่มีเรื่องอะไรที่ลำบากเลย เพราะมีแต่คนอาสาจะมาช่วยหมดทุกอย่าง
เพราะว่าย่าเป็นคนดังมาก
ไม่ว่างานไหนๆ งานบุญ งานศพ ย่าก็จะไปหมด
ไม่มีใครแถวนี้ที่ไม่รู้จัก "แม่อุ้ยยวง" เลย
ถ้าจำไม่ผิด ย่าเคยได้เป็นแม่ดีเด่นประจำตำบล ในงานวันแม่ปีนึงด้วย

ตัวย่าเองเป็นคนที่ใจดีและอ่อนโยนมากๆ
ย่าปฏิบัติธรรมและทำบุญอยู่ตลอดเวลา ก่อนนอนก็สวดมนต์
เมื่อก่อนเคยไปอยู่วัดของครูบาที่สนิทคุ้นเคยกันด้วย ถึงที่พม่านู่น
(แต่เพราะสังขารที่ชราขึ้น เลยต้องกลับมาอยู่บ้านตลอด)
ปกติก็ทานมังสวิรัติ เนื้อสัตว์ที่ทานได้มีแต่เนื้อปลา
ย่าจำลูกหลานทุกคนได้หมด รักและเป็นห่วงทุกคนเสมอ
ตอนพ่อโทรมาหาอาที่อยู่บ้านนี้ เราเองก็จะได้คุยกับย่าบ่อยๆ
ทุกครั้งย่าจะให้พรตลอด ให้ทีละเยอะๆหลายรอบเสียด้วย
ขนาดตอนไม่สบายอยู่รพ.ก็เรียกหาหลานทุกคน ว่าอยู่ไหน เข้าไปหาหน่อย
ย่าเป็นคนแก่ที่น่ารักที่สุดในชีวิตเราเลย

เราเสียดายอยู่ที่ วันสุดท้ายที่ได้ไปเยี่ยมย่า ตัวเราไม่ได้เข้าไปหาในห้องICU
แต่ยังไงก็ว่า ดีแล้วที่สิ่งสุดท้าย การได้กุมมือย่าเอาไว้อยู่นาน(จนเราจะเป็นลมไปวันนั้นนั่นล่ะ)
ตอนมาถึง นั่งอยู่หน้าโลง เห็นว่าอาเราคนนึงที่มาด้วยกัน ไปยืนชะโงกมองศพย่าในโลงอยู่
รู้ว่าเขาทำช่องกระจกใสเอาไว้ให้มองได้ แต่เราก็กะว่าจะไม่ไปดู เพราะกลัวเศร้ากว่าเดิม
แต่อาอีกคนมาชวนไปดูด้วยกัน เลยไป
ใบหน้าย่าดูสงบดีจริงๆ ราวกับแค่หลับไปเฉยๆ
ย่าได้หลับสบายแล้วล่ะนะคะ

คิดว่าตัวเองไม่มีเรื่องอะไรติดค้างกับย่า เพราะย่าก็ไม่เคยทำอะไรให้เรารู้สึกไม่ดี
แค่ว่า...เราเสียดายที่เวลาคุยด้วยกันแล้ว บางทีเราก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
ส่วนใหญ่ย่าพูดภาษากลางด้วยก็จริง แต่เสียงแบบคนแก่ เลยฟังลำบากหน่อยๆสำหรับเราน่ะนะ
เลยกลายเป็นว่า เราอยากคุยด้วย แต่พูดตอบไม่ค่อยจะถูกบ้าง อะไรแบบนี้
เอาเถอะ ไงก็คิดว่าที่ผ่านมาก็โอเคแล้วล่ะนะ

ชีวิตนี้เราเจอกับการตายของคนใกล้ตัวมาเกือบเยอะแล้วแฮะ
เราว่า เรื่องที่ทำให้เศร้าก็คือ
การที่รู้สึกว่า ในชีวิตนี้เราจะไม่ได้เจอกับเขาตัวต่อตัวอีกแล้ว
แต่ความจริง มันก็แค่ทางกายเนื้อเท่านั้น
ผู้ล่วงลับเขาเห็นเราอยู่ตลอด และจะคอยเฝ้าดูอยู่เสมอ
ชาติหน้าเราเจอกันอีกนะคะย่า

------------

งานสวดสามวัน เผาวันอา.ค่ะ
ส่วนตัวเรากับพ่อบินกลับบ้านบ่ายวันจันทร์
ได้เหลือเวลาให้เราได้ทำรายงานชิ้นต่อไปของอา.พอดี orz~

ทีแรกว่าจะเขียนให้ครบหมดพร้อมแปะรูป แต่เอาเท่านี้ก่อนละ
ไว้เอนทรี่หน้าค่อยเล่าต่อ ตอนนี้ทั้งง่วงทั้งวุ่นกับรายงาน แหะๆ

ดูรูปที่ถ่ายเมฆตอนนั่งเครื่องบินขาไปกันก่อนละกันนะ

 

ชอบกราเดชั่นของสีท้องฟ้าข้างบนมากเลย ไล่จากฟ้าเข้มลงมาอ่อน แถมบริเวณระดับเดียวกับเมฆก็ยังเป็นสีฟ้าอีก สวยเนอะ

แด่ผู้ใหญ่ ในวันเด็ก

posted on 09 Jan 2010 20:24 by lionreiko  in festival
วันนี้วันเด็ก แต่ตัวเราเองไม่ได้เป็นเด็กแล้ว
อายุอานามก็ปาเข้าไปปานนี้
วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว
เรียกได้ว่า เริ่มเข้าสู่ภาวะความเป็นผู้ใหญ่

การเป็นผู้ใหญ่นั้นลำบาก
ผู้ใหญ่แทบทุกคน จึงอยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
อยากจะย้อนกลับไปในวันวาน ที่ไม่ต้องกังวลกับอะไร ไม่ต้องแบกรับหน้าที่หนักๆมากมาย
ถึงแม้จะยังอยากเป็นเด็ก หรือยังมีความเป็นเด็กอยู่ในหัวใจ
แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่อาจเป็นเด็กได้หรอก

แท้จริงแล้ว คนเราไม่ได้แปลกแยกออกไปจากวัยอื่นๆเพราะอายุหรอก
แต่เพราะความจำเป็นที่จะต้องใช้ชีวิตที่ต่างออกไปต่างหาก

เมื่อเด็กคนหนึ่งโตขึ้น ถึงจะได้เข้าใจว่า ความอ่อนต่อโลกนั้นทำให้เขาเคยเป็นเด็กกะโปโลแค่ไหน
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก ทำให้ประมาท แล้วไม่เชื่อฟังที่ผู้ใหญ่พูด
ต่อเมื่อได้ทำพลาดไปแล้วนั่นแหละ ถึงจะเข้าใจว่าทำไมสิ่งนั้นถึงห้ามทำ
มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้ ต้องเรียนรู้ชีวิตไปอย่างนี้
สมัยก่อนที่เคยทะเลาะกับเพื่อน ก็รู้สึกว่ามันหนักหนาเหลือเกิน
เมื่อเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง ก็มักจะรับรู้เฉยๆ บ้างก็หัวเราะขำ
เราก็จะไม่พอใจว่าทำไมเขาทำท่าอย่างนั้น ทั้งที่มันเป็นเรื่องสำคัญมาก
แล้วต่อมา เราก็คืนดีกับเพื่อนได้เอง
ที่ผู้ใหญ่ว่า เด็กๆทะเลาะกัน เดี๋ยวก็หาย
จริงของเขา

เด็กเพิ่งจะอยู่ดูโลกนี้ได้ไม่นานเท่าผู้ใหญ่
แต่ก็มักจะเถียงผู้ใหญ่ว่า มันจะไม่เป็นอย่างงั้นๆหรอก
ก็เพราะว่ายังเป็นเด็กอยู่นั่นแหละ ถึงได้คิดอย่างนั้น และกระทำไปอย่างนั้น

ปัญหาระหว่างเด็กและผู้ใหญ่เป็นเช่นนี้
เด็กกับผู้ใหญ่มีความสนใจที่แตกต่างกัน
รวมทั้งภาระหน้าที่ซึ่งต้องทำ ก็มีความสำคัญคนละแบบ
แม้เด็กจะอยากชวนผู้ใหญ่ให้เล่นด้วย แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถจะเล่นตามได้ทุกเมื่อ
ผู้ใหญ่ไม่สามารถอยู่อย่างเป็นเด็กด้วยได้ตลอดเวลา
เด็กก็เลยต้องหันไปเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันแทน
ต่อมาผู้ใหญ่จึงเกิดน้อยใจว่า เด็กไม่สนใจตนแล้ว
เมื่อวงจรนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ช่องโหว่ในใจของแต่ละฝ่าย ก็กลายเป็นช่องว่างมาคั่นกลาง
ทำให้คนสองวัยห่างเหินกันไปเรื่อยๆ
ช่องว่างระหว่างวัยนั้นมีจริง

เด็กไม่รู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ
ผู้ใหญ่ก็เห็นว่าสิ่งที่เด็กเอาแต่อยากได้ นั้นไร้สาระ

เหตุผลของผู้ใหญ่ บางเรื่องเป็นสิ่งที่เด็กไม่มีทางเข้าใจ

ผู้ใหญ่นั้นใช่ว่าจะไม่เคยเป็นเด็กมาก่อน
ส่วนเด็กนั้น ไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน
จึงไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก
แต่เด็กต่างหาก ที่ไม่เข้าใจผู้ใหญ่

ลูกบางคนอาจน้อยใจว่า ทำไมพ่อแม่ทำแต่งาน ไม่สนใจตัวเองเลย
โดยที่หารู้ไม่ว่า ถ้าพวกเขาไม่ทำงาน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก ให้ลูกได้กินได้อยู่สบายๆอย่างทุกวันนี้
ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะไม่รัก ไม่อยากสนใจลูกเอาเสียเลย
การที่คนๆหนึ่งไม่ได้พูดออกมา ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกอย่างนั้น
แต่การที่ไม่ได้พูดจาหรือแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้ นั่นคือที่มาหลักของความไม่เข้าใจกัน

พ่อแม่บางคนก็อาจทำได้เพียงแค่ส่งเงินมาให้กับคนอื่นที่ต้องฝากให้เลี้ยงลูกของตัวเองแทน
พ่อแม่บางคนก็อยากจะลาออกจากงานเพื่อมาอยู่ดูแลลูกอย่างเดียว แต่ก็ยังไม่อาจทำได้

วันนี้เห็นเด็กหลายคน ที่ผู้ใหญ่พามาเที่ยว แต่ก็ร้องไห้กระจองอแง
ทำตัวดื้อดึง ทั้งที่ผู้ใหญ่พยายามเอาอกเอาใจแล้ว

เมื่อโตขึ้น จนต้องจัดการเรื่องการใช้เงินด้วยตัวเอง หรือเมื่อมีเงินเป็นของตัวเอง
เราถึงได้รู้ว่า บรรดาของกินของใช้ต่างๆที่เคยขอให้ผู้ใหญ่ซื้อให้เรานั้น
มันต้องแลกมาด้วยเงินมูลค่ามากขนาดไหน
การที่พาเด็กไปนู่นไปนี่ แม้จะขับรถส่วนตัวหรือวิธีอื่น มันลำบากแค่ไหน
การเลี้ยงดูเด็ก หรืออย่างน้อยคนที่อายุน้อยกว่าเรา มันเหนื่อยได้แค่ไหน

เด็กทั้งหลายเอ๋ย จงเป็นเด็กดีของพ่อแม่ผู้ปกครองเถิด
เพื่อผู้ใหญ่ที่เขาอุตส่าห์เลี้ยงและดูแลพวกหนูมาเป็นอย่างดี

ผู้ใหญ่น่ะยินดีเสมอที่จะเหนื่อยกายเพื่อเด็กๆ
ฉะนั้น เด็กๆอย่าทำให้เขาต้องเหนื่อยใจด้วยเลยนะ

ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ใหญ่ทุกคนที่ยังต้องเหน็ดเหนื่อยในวันเด็กค่ะ


สวัสดีปีใหม่แล้ว 2010/2553

posted on 01 Jan 2010 14:25 by lionreiko  in festival

อา ปีใหม่แล้ว

新年おめでとうごさいます!!!
Happy New Year 2010!!!


อยากเขียนร่ายยาวแด่คนอื่นๆบ้าง แต่ตอนนี้ยังป่วยๆมึนๆไม่ฟื้นเต็มที่ เลยเอาแบบนี้ก่อนแล้วกัน ;w;
ยังไงก็ไม่อยากพลาดโอกาสเลขสวยอ่ะนะ 20100101 ศูนย์กับหนึ่งเพียบเรย อุอิ๊ง

ต้องเล่าถึงวันก่อน มันช่าง....
เมื่อวานท่านย่าย้ายไปรพ.ในตัวเมืองเชียงราย
ทีแรกได้ว่าอยู่ไอซียู ตกใจเลย
จริงๆคือ เพิ่งมารู้กันทีหลังว่า ที่เขาเจ็บหน้าอกน่ะ เพราะเป็นลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจ
ตั้งแต่ที่ตรวจครั้งแรกที่ว่าไม่มีอะไรผิดปกตินั่น ท่าจะเพราะหมออ่านผลไม่ละเอียดพอ-*-
แต่ดีว่าย้ายมาทัน ก็เลยต้องอยู่ในIntensive Care Unit เพื่อให้ยารักษา
ดูอาการไปก่อนสัก70ชม.แล้วค่อยว่ากันต่อ
พ่อว่า จริงๆหายแล้วล่ะ แต่ร่างกายฟื้นตัวช้าหน่อย
แต่นะ ญาติๆกลุ้มกันพอดู
ICUที่นี่ก็ให้เข้าเยี่ยมแบบจำกัดเวลา วันละ3รอบ รอบละครึ่งชม. นอนเฝ้าไม่ได้
ขนาดเรา ตอนเข้าไปหาท่านย่า ยังเกือบร้องไห้เลย
แล้วพอยืนเกาะขอบเตียงไปเรื่อยๆ........เกิดเรื่องกับเราค่ะ


เมื่อตอนขามา ไม่ได้กินข้าวเย็น เพราะกลัวจะมาไม่ทันเวลาเยี่ยม
แล้วเริ่มหิวอยู่ตั้งแต่ตอนนั่งรถมากลางทางแล้ว แต่ก็กะว่า ทนๆไปก่อน เดี๋ยวเยี่ยมเสร็จแล้วค่อยกินข้าว
ในห้องICUมันไม่เย็น เพราะเขาปิดแอร์ แถมเรายังยืนในสภาพพันผ้าพันคอหนาตึ๊ก
สักพัก เริ่มจะวูบ
จนรู้สึกว่า ยืนจับมือท่านย่าอยู่ไม่ไหวแล้ว เลยขอไปนั่งพักข้างนอก
แต่เดินไปแค่กลางห้อง หน้ามืดตาพร่าสุดๆ เห็นอะไรยิบยับไปหมด
อาคนนึงที่ตามมาข้างหลังเลยต้องช่วย ประคองให้นั่งเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์ในห้อง
เอายาดมให้ดม แล้วก็มีคุณพยาบาลมาเห็น เลยถามๆอาการ
พอรู้ว่าน่าจะเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากไม่ได้กินข้าว เขาเลยไปเอาโอวัลตินมาให้กินหนึ่งกล่อง
ฮือ ค่อยยังชั่วขึ้นได้TTATT
สักแป๊บเขาเลยเสนอว่าจะเจาะเลือดเช็คให้ เพื่อดูว่าที่เป็นแบบนี้เพราะน้ำตาลต่ำหรือสูง ต่อไปก็จะได้ระวังตัว
ทีแรกกลัว นึกว่าจะเจาะที่แขนแบบเอาเลือดเยอะ แต่พอเห็นประโยชน์ก็เลยโอเคตกลง
มันก็คือเจาะแบบใช้เครื่องทิ่มปลายนิ้ว เจ็บนี้ดเดียว
สรุปคือน้ำตาลต่ำจริงๆ 77เอง ซึ่งปกติต้อง100กว่าๆ
ขอบคุณคุณพยาบาลจริงๆค่ะ ทั้งช่วยและเจาะให้ฟรีด้วย เจ้าหน้าที่ที่นี่บริการดีจัง
จากนั้นพอเดินไหวก็เลยค่อยๆออกไปรวมตัวกับญาติๆ แล้วก็ไปกินข้าวกัน
ชีวิตนี้ไม่เคยเจอหนักถึงขั้นจะเป็นลมเอาจริงๆขนาดนี้เลย มีแต่วูบๆเวียนๆ ถือว่าฟาดเคราะห์ส่งท้ายปีแล้วกัน ฮ่ะๆ
ถึงจะค่อยยังชั่วแล้ว แต่ก็ยังมึนๆปวดๆหัว จนนึกว่าคืนนี้จะต้องนอนเร็วซะแล้ว
แล้วก็นึกได้ เฮ้ย ไม่ได้โว้ยยยย คืนนี้นัดเคาท์ดาวน์กับเพื่อนๆน้องๆในเนทนี่!


กลับมา พอตอนห้าทุ่มครึ่งก็ลากกันไปรวมตัวในห้องรวมเอ็ม ได้คุยกับเด็กๆหลายๆคนข้ามปี สนุกมากจ้ะ!!

เห็นบรรยากาศแถวบ้านนี้แล้วก็อยากเล่นไฟเย็นฉลองปีใหม่ แต่ที่นี่เขาไม่มีขาย มีแต่พลุตุ้มๆปุ้งๆไปเลย ซึ่งอาบอกว่าคงเอามาจากแม่สายกัน(ของจีนนี่นะ)
ชิๆ เดี๋ยวถ้ากลับบ้านตัวเองแล้วยังมีไฟเย็นขายนะ จะซื้อมาเล่นเยอะๆเลย!


จะว่าไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะกลับแล้วล่ะ จะได้ทันให้พ่อพักผ่อนวันอา. วันจันทร์เขาไปทำงาน
คิดถึงลูกๆ(ปลาทอง)ที่บ้านมาก ที่กรองในตู้มันจะทำงานปล่อยลมได้ดีตลอดมั้ยวะ... เครื่องให้อาหารอัตโนมัติที่มดเสือกมาขึ้นอาหาร แล้วลูกกรูจะกินมดจนเอียดแล้วรึเปล่าวะ...
เค้าใกล้จะกลับไปหาแล้วนะหนูๆ><

------------

เมื่อก่อนปีใหม่ เป็นช่วงที่เราตกอยู่ในภาวะอีโมมากมาย
ก็ขอบคุณไอ้น้องรักแถวนี้และคนๆนั้นที่อดทน ให้อภัย และคอยปลอบใจด้วยนะ
ปีใหม่นี้จะไม่ร้องไห้(อย่างงี่เง่าไม่สมควร)แล้วล่ะ! เราคืนชีพแล้วววว

ปีที่ผ่านมานี้เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย
เวลาที่ผ่านไป วัยที่เพิ่มขึ้น การเรียนป.โท การทำงาน
การฝึกฝนตน การเลิกมุดตัวแล้วออกไปปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆบ้าง
การคว้าโอกาส การเลิกเรื่องมาก การปล่อยวาง การปรับตัว
การจัดการชีวิตให้ดี การไม่ขี้เกียจ
ฯลฯ
ชีวิตนี้ยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมาก
หากมัวทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ถือว่าข้าดีแล้ว ไม่รับฟังหรือฉุกคิดซะบ้าง เราก็จะไม่มีทางได้รู้ถึงสิ่งสำคัญที่ควรทำเพื่อปรับปรุงตน
และ เศร้าได้ อาลัยได้ แต่อย่ามัวจมปลักมากไป
อย่าดราม่าเป็นอะไรมากกับชีวิตตัวเอง แค่นั่นน่ะไม่ตายหรอกน่า!

ขอให้ทุกคนเป็นผู้เรียนรู้ชีวิตที่ดี(a good life-learner)กันนะคะ



เอาล่ะ...มาประจานโชว์การ์ดอีกใบที่เราวาดไว้
เห็นที่แชล(Email666)มันแปะตอบในบล็อกแล้วเหมือนจะฮิตขึ้นมา ก๊ากกกกกก

แมวน้ำยืดยาว!!! parodyกับLong Cat 55555555555+


ที่จริงไปได้ไอเดียมาจากสิ่งนี้......

ชิโรตันน่าร้าก เป็นหมอนรองคอแล้วดูยืดยาว เลยเอามาวาดซะ....ทุเรศฮาแตกเลย 55555555
ใครอยากได้บอกนะ จะส่งให้ค่ะ

มาเหนืองวดนี้ขอโทษทีที่อาจไม่มีของฝากให้หลายๆคน เพราะไม่ได้เที่ยวไหนเลยจริงๆน่ะจ้ะ^^;
มาเพื่อเยี่ยมไข้ท่านย่าโดยเฉพาะจริงๆ ทุกคนก็ไปอยู่ดูแลกันหมด แหะๆ
แต่ไงเราก็รักและคิดถึงมิตรรักทั้งชาวเนทและออฟไลน์ทุกคนเลยนะ!!!

ขอส่งท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ทำอะไรก็สำเร็จดั่งใจสมหวังตลอดปีนี้และตลอดไป
เที่ยวไหนเที่ยวเผื่อด้วย กินอะไรกินเผื่อด้วย
今年もどうぞよろしくお願いします~
ปีนี้ก็ขอฝากตัวและฝากบล็อกนี้ต่อไปด้วยนะคะ แต่จะขยันอัพมากขึ้นแล้ว สัญญา!
สวัสดีปีเสือค่ะ โฮกกกกก


อ้อ เอานี่ไปดูกัน ครื้นเครงหรรษากับกระตึ่ยคลั่ง!

(อยากได้Wiiแล้วง่าาาา จะมาเล่นเกมเน้ Rabbids Go Home~~~ ชอบเพลงที่วงVagabontuเขาเล่นประกอบจังเลย รื่นเริงดี)

 

(โค้ดจะออกมั้ยหนอ ลุ้น)


ปล. เราเป็นคนปีขาล ปลื้มกับปีนี้จัง อิอิ
ปล.2 แก้หลายรอบอีกแล้ว เหอๆๆ

ปล.3 อ้อใช่ ข้อคิดอีกอย่างคือ ต้องไม่ทำอะไรให้เปลืองเปล่าอีกแล้ว ด้วยล่ะนะ แบบที่อุตส่าห์ซื้อหาอะไรมาไว้แล้วกลับไม่ได้เอาไปทำจริงๆ


edit @ 1 Jan 2010 15:08:10 by Reiko-Lion

edit @ 1 Jan 2010 16:56:06 by Reiko-Lion