Epitaph for mum - แด่แม่ผู้ไปดี

posted on 13 Mar 2006 02:02 by lionreiko  in MyLife

จาก52ปีทั้งหมดของชีวิตแม่
3ปีหลังที่แม่ได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด
ตอนนี้ก็พักผ่อนได้อย่างสงบแล้วนะครับ...

..............

ความเป็นมาทั้งหมดมันยาว ยาวนักที่จะเล่า
รายละเอียดทุกอย่างก็คงไม่สามารถพิมพ์ลงไปได้หมดในคราวเดียว
หากได้อ่านไปตลอดทั้งหมดจนจบก็ขอขอบคุณมาก
แต่ถ้ายังไม่อยากอ่าน ไม่เป็นไร ข้ามไปที่ย่อหน้ารองสุดท้ายกับสุดท้ายเลยก็ได้ครับ

..............

เมื่อเกือบ3ปีที่แล้ว
แม่ได้รู้ตัวว่ามีก้อนเนื้อในเต้านมข้างขวา
เมื่อไปตรวจสักระยะหนึ่ง ก็พบว่า...
แม่เป็นมะเร็ง

ช่วงตอนนั้นผมกำลังสอบปลายภาคต้นม.6อยู่
เราจึงรอจนถึงปิดเทอม แล้วจึงเริ่มต้นไปรักษาที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
เราไม่เครียดอะไรกันมาก เพราะที่เป็นนั้นยังเป็นแค่ขั้นเริ่มต้น ต้องรักษาได้แน่ๆ
และแม่เองก็เป็นพยาบาล ย่อมรู้ดีแล้วว่าขั้นตอนต่างๆจะเป็นอย่างไร

...ผมยังจำภาพนั้นได้ดี
ภาพที่แม่นอนอยู่บนเปลหาม กลับมาจากห้องผ่าตัด
สิ่งที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าคลุมสีเขียว...
มันคือรอยเบทาดีนมากมายที่ไหลลงมาจากแผลที่อกข้างขวาของแม่
อกข้างที่แบนราบไปแล้วเพียงข้างเดียว
และใบหน้าของแม่ที่สลบอยู่เพราะฤทธิ์ยา
เมื่อเห็นภาพนั้นแว่บแรก ผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เพิ่งเคยเห็นสภาพแม่ผู้เข้มแข็งต้องกลายมาเป็นอย่างนี้...

หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ผมก็คอยเฝ้าแม่คนเดียวในช่วงกลางวัน
เพราะป๊ะต้องไปทำงาน
ตอนกลางคืนจึงกลับมานอนที่ห้องกัน3คน พร้อมหน้า
ผมทำหน้าที่เฝ้าแม่อย่างเต็มที่
คอยประคองตัว ไขเตียงขึ้นลง เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อนข้าวน้ำ
และที่ติดใจมากคือ เรา2แม่ลูกจะช่วยกันบีบสายเดรนน้ำในแผลออกกันอย่างสนุกสนาน
ผมก็ยังจำภาพที่เลือดรึเนื้อเยื่อสักอย่างจากแผล ที่ขดเป็นเกลียวยาวสวยงาม แล้วถูกผมบีบลงมาในขวดได้อย่างสำเร็จ
ช่วงที่เราอยู่กัน ณ ชั้น7แห่งนั้นสบายมาก สถานที่ก็ดี และเราไม่มีความกลัวต่อโรค เหล่าญาติมิตรก็มาเยี่ยมกันอย่างแทบไม่ขาดสาย
จนแม่เองก็พูดว่า"ที่นี่เป็นสวรรค์ชั้น7ของแม่เลยนะ"

เมื่อหลังจากที่กลับบ้านได้
แม่ก็เริ่มรักษาด้วยยาคีโม(Cheomotherapy)และการฉายแสง เพื่อกำจัดเซลล์ร้ายให้หมดสิ้นไป
ถึงแม้ผมจะไม่ได้เป็นคนที่โดนฉีดเอง ก็ยังรับรู้ได้ถึงความทรมาน
บางครั้ง มันจะเริ่มเจ็บปวดตั้งแต่วินาทีที่น้ำยาแล่นเข้าเส้นเลือด
ความปวดความแสบ มันจะแล่นขึ้นมาเรื่อยๆตามน้ำยา จนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
แถมฤทธิ์ของยาแก้คลื่นไส้ที่กินเพื่อป้องกันอาการข้างเคียง มันจะหยุดการทำงานของลำไส้
ทำให้แม่ท้องผูกอยู่นานมาก
หลายครั้งที่แม่นั่งเบ่งเสียจนแทบขาดใจหรือเป็นลม แต่ก็ไม่ยอมออกเลย
ช่วงนั้นแม่จะเริ่มอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย
เพราะฤทธิ์ยาและความเจ็บปวด เราเข้าใจ
ก็ต้องอดทนกันไป ทั้งคนป่วย และคนรอบข้าง

ต่อมาอีกสักพัก จนเมื่อใกล้จะหมดกำหนดการคีโมงวดแรก
กลับปรากฏว่า มันลามไปที่กระดูกสันหลัง
ความจริง แม่เริ่มรู้สึกสงสัยอาการปวดหลังแถวบั้นเอว ที่เริ่มจะเรื้อรังมาระยะหนึ่งแล้ว
แต่เมื่อบอกกับหมอก็ได้แต่คำว่าตอบว่า"คิดมากไปเอง"
พอไปตรวจด้วยMRI(ถ้าจำไม่ผิด)ก็ได้พบว่า มันใช่
ทีนี้หมอคนนั้นเถียงไม่ออก

ก็เริ่มรักษาต่อด้วยวิธีเดิม คีโมกับฉายแสง
ระหว่างนี้ก็ได้ลองกินยาสมุนไพรต่างๆไปด้วย อย่างที่เรียกกันว่าการแพทย์ทางเลือก
ยาที่แนะนำกันว่าดีๆ ก็ลองมากันเยอะ
หลายวิธีทาง ส่วนมากก็ให้ผลดี
รวมทั้งทางธรรมะ ซึ่งแม่ชอบทางนี้อยู่แล้ว และทำได้เก่งมากด้วย
ระหว่างว่างก็อ่านหนังสือธรรมะ และฝึกจิต นั่งสมาธิไป
เมื่อความเจ็บปวดกำเริบขึ้น แม่ก็จะเผ่งจิตภาวนา และมันก็จะหายไปได้บ้าง
ช่วงไหนที่อาการแม่สบายดี เราก็จะไปทำบุญกันบ่อยๆ
ทั้งที่ใกล้ๆบ้าง และที่ต่างจังหวัด
ธรรมะทำให้แม่มีความสุขได้มากจริงๆ รวมถึงเราทั้งครอบครัวด้วย
และก็ทำให้เราได้รู้ว่า ที่แม่ต้องมาเป็นอย่างนี้ เพราะทำกรรมไว้มากในอดีตชาติ
เจ้ากรรมนายเวรมาตามทวงหลายคน
ก็ต้องชดใช้กรรมกันไป
แม่รับรู้และอดทนได้เก่งมากมาตลอด

ต่อมาอีก มันลามไปที่ปอดแล้ว
ข้างเดียวกับที่เป็นในตอนแรก
เริ่มจากอาการน้ำคั่งในปอดหลายๆครั้ง
เมื่อเป็นขึ้นมาทีก็จะหอบ หายใจไม่สะดวก
ก็ต้องไปเจาะออก แต่ดีว่าได้ทำใกล้ๆที่รพ.โรคทรวงอก ที่ทำงานของแม่อันแสนคุ้นเคย
เจาะครั้งแรกๆตอนที่น้ำยังน้อยอยู่นั้นแม่ก็ยังทนได้
จนครั้งที่หนักที่สุด หมอให้รอจนน้ำเต็ม แล้วค่อยเจาะออกทีเดียว
ครั้งนั้น แม่ทรมานอย่างสุดๆ
ต้องเจาะแล้วใส่ท่อเดรนค้างไว้อย่างนั้น ให้น้ำมันไหลลงมาในขวดเรื่อยๆ
ปลายท่อเจาะที่นี้เป็นแบบแข็ง เพราะใช้แบบอ่อนเอาไม่อยู่
ลองนึกภาพดูสิว่า ถ้ามีใครเอามีดที่มีความคมทุกด้าน มาเสียบค้างไว้ในปอดคุณ
พอจะขยับไปไหนเพียงนิดเดียวมันก็จะทิ่มอยู่ตลอดน่ะ มันจะทรมานแค่ไหน
ผมก็ยังจำภาพวันแรกที่เจาะครั้งนี้ได้
วันนั้นผมกลับมาจากมหาลัย รีบนั่งรถเมล์ต่อมาหาแม่ทันที
เมื่อเข้าไปในห้อง
ผมเห็นแม่นั่งเอนหลังอย่างเหนื่อยอ่อน บนเตียงคนไข้ที่ไขด้านหัวขึ้นมามากๆจนเหมือนกับเก้าอี้มีพนัก
ทางด้านขวา ทั้งที่นอนและเสื้อผ้าแม่เปรอะเต็มไปด้วยน้ำจากปอดที่ปนกับเลือด
และขวดเดรนแก้วใสขนาดใหญ่ห้อยอยู่ข้างๆเตียง
ผมพูดอะไรไม่ออก ต้องออกมากินข้าวอย่างฝืนๆข้างนอกห้อง
คราวนี้ช่วยบีบน้ำออกไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ต่อมาอีก2-3วันที่มาเฝ้า ผมจึงได้แต่นั่งๆนอนๆจ้องมองสีของน้ำในขวดเดรน
เฝ้ารอให้น้ำมันลดน้อยลงจนแห้งเกือบหมดไป
ผมเห็นมาหมดแล้วทั้งเลือด น้ำเหลือง และบาดแผลของแม่จนชิน ไม่กลัวหรอก
หมอบอกไว้ว่าถ้าน้ำที่ออกมาเป็นสีเหลืองใสๆแสดงว่าไม่เป็นมะเร็ง
แต่แล้ว มันก็เป็นจนได้

ต่อมา สรุปว่าปอดข้างนั้นก็ได้เสียไป ทำหน้าที่ของมันไม่ไหวแล้ว
แม่เหลือปอดไว้หายใจเพียงข้างเดียว จึงเกิดอาการหอบอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อกำเริบขึ้น เราก็ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลกัน
ยาที่ระงับอาการปวดได้ ก็มีแต่มอร์ฟีนเท่านั้น
และเมื่อกินบ่อยๆเข้า แม่ก็มีอาการประสาทหลอน
บวกกับช่วงนั้นที่เกิดมีถุงน้ำในสมองในสมองด้านหน้าด้วย
มีอยู่วันหนึ่งที่เราช็อกมาก
แม่อยู่บ้านคนเดียว ยังหาคนเฝ้าแทนไม่ได้
จู่ๆแม่เกิดอาการชัก กัดลิ้นเลือดกลบปาก แล้วสลบไป
เดชะบุญที่ยายผมมาเยี่ยมที่บ้าน จึงเจอเข้า โทรเรียกป๊ะ และผมก็มาถึงบ้าน แล้วรีบเอาส่งรพ.
ต่อมาถุงน้ำก็ได้ยุบไป
แต่ช่วงที่แม่มีอาการเพ้อและประสาทหลอนนั้น ผมกลัวมากๆ
มีบางช่วงถึงกับจะกระโดดตึก
เราเลยต้องคอยเฝ้าระวังกันไว้ดีๆ

อาการของแม่จากนั้นก็มีทรงๆทรุดๆ
จนเมื่อล่าสุดนี้ แม่ได้นอนอยู่ที่รพ.เป็นเวลาเกือบ3เดือน
ตั้งแต่ช่วงผมสอบมดเทอมภาคปลาย จนมาถึงสอบไฟนอลเสร็จ
แรกๆผมก็ได้ไปเยี่ยมบ่อยๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่การเรียน จึงต้องกลับมานอนบ้าน
ดีว่าหาจ้างคนมาเฝ้าได้ เราจึงพออุ่นใจกันบ้าง

จนมาถึงล่าสุดนี้
แม่อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ
หอบบ่อยขึ้น หายใจไม่ออก
จนถึงกับดิ้นทุรนทุราย หรือเรียกได้ว่าอาละวาด
ผมคิดว่าดีแล้วที่ไม่ได้ไปเห็นเอง ไม่งั้นคงอาจกลัวจนทนดูไม่ได้
และผมคอยอยู่กับ(ลูกพี่ลูก)น้องที่มาอยู่ด้วย จึงไปเยี่ยมแม่กันแต่ช่วงกลางวัน-เย็นๆ

ในวันสุดท้าย...
คืนวันเสาร์ น้องกลับไปแล้ว(ความจริงคือไปเยี่ยมย่ากันต่อที่เชียงแสน)
ผมจึงได้ไปนอนเฝ้าแม่อย่างจริงจัง เป็นครั้งสุดท้าย
ตอนผมไปถึง แม่"สลบไปแล้ว ด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่สะสมมาหลายคืน
มีน้าพยาบาลมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ จับผลกไปมา แม่ก็ยังไม่รู้สึกตัว
แต่ก็ดีแล้วที่สงบลงไปได้ จะได้พักผ่อนบ้าง
ระหว่างนั้นป๊ะบอกให้ผมตั้งจิตอโหสิกรรมต่อแม่ เตรียมไว้ เพราะไม่รู้แล้วว่าเค้าจะไปตอนไหน
ผมฟังที่ป๊ะพูดได้ไม่กี่วินาทีก็ร้องไห้อย่างหนัก
ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วก็ตาม น้ำตาที่อดกลั้นไว้ด้วยความกังวลหลายวันได้พรั่งพรูออกมายาวนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหมดลงได้เมื่อไหร่
พอป้าแหววกับลุงโรจน์มาเยี่ยม ผมจึงหยุดร้องไห้ได้
เราคุยกันเรื่องต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมจัดงานศพให้แม่
จากนั้น ผมหลับไปตอนประมาณ3ทุ่ม
จนป๊ะปลุกขึ้นมาตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
ผมรีบลุกพรวดขึ้นทันที ไม่มีการงัวเงีย
ผมเห็นแม่หายใจแผ่วลงมาก น้าพยาบาลคนหนึ่งมาวัดความดันคอยช่วยอยู่
ตอนนั้นผมไม่มีเวลามาคิดเศร้าเสียใจ รีบช่วยกันเรียกชื่อแม่ ให้จิตเค้านึกถึงแต่บุญกุศล คุณความดีทั้งหมดที่เคยได้ทำไว้ เมื่อไปแล้วจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
ผมเข้าไปพูดข้างๆหูแม่ "แม่ ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหนูนะ" และ"แม่ พุทโธๆๆๆๆๆนะ พุทโธๆๆๆๆๆนะ"ด้วยเสียงที่ดังพอประมาณ แต่สั่นเครือขึ้นเรื่อยๆ
พูดซ้ำๆ จนลมหายใจแม่แผ่วลง และหยุดอย่างสงบในที่สุด ผมก็ยังพูดต่อไปเช่นนั้นอีกสักพัก
จนรู้สึกว่าพอ และความเศร้าเริ่มเอ่อล้นขึ้นในใจของผมเรื่อยๆ ไม่สามารถยืนอยู่ตรงนั้นได้แล้ว จึงถอยออกมานั่งที่โซฟา
มากอดกับป๊ะแน่น พลางฟังเสียงป๊ะโทรแจ้งกับญาติๆของเราคนแล้วคนเล่า
ผมเหลือบมองดูร่างของแม่ที่ไม่ไหวติงอยู่บ่อยๆ รู้สึกไปเองว่าท้องของแม่ยังเคลื่อนไหวยุบ-พองอยู่ ทั้งๆที่หยุดนิ่งไปแล้ว เพราะนั่นคือภาพที่ผมเห็นจนชินตา และหวังให้มันเป็นต่อไป...
จากนั้นจึงเริ่มเก็บข้าวของในห้องกัน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่มาจัดการกับศพในเบื้องต้น

ของที่สะสมอยู่ในห้องตลอดเวลา3เดือนนี่เยอะมากจริงๆ จนเกือบขนใส่รถป๊ะไปไม่หมด
ผมกับป๊ะกลับมาถึงบ้านกันประมาณตีสองกว่า
ป๊ะให้รีบนอนกันก่อนเพื่อเอาแรง
แต่เราไม่อาจหลับลงได้เลย โดยเฉพาะผมที่นอนร้องไห้ตลอดคืนที่เหลืออยู่แค่2ชม.กว่าๆ
จนป๊ะลุกขึ้นมาตอนเช้าประมาณ6โมง
ผมพยายามข่มตาหลับต่อ แต่ไม่เป็นผลเช่นเคย
จึงตัดสินใจลุกตามขึ้นมาในอีกสักพัก
ผมคิดเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองว่า
"ผมเป็นลูกแม่นะ จะมานั่งโศกเศร้าตลอดเวลาก็เสียชื่อกันพอดี ตั้งใจกับการเตรียมงานให้แม่อย่างเต็มที่ดีกว่า"
และแล้วการจัดเตรียมงานศพให้แม่ก็เริ่มขึ้นจากนี้ไป...

..............

ถึงจะเสียใจและเสียดาย ที่ช่วงหลังๆผมไม่ได้ไปดูแลแม่อย่างเต็มที่
แต่เมื่อนึกย้อนไป ผมก็ได้ช่วยมามากแล้วล่ะ

แม่ไปสบายแล้ว หมดสิ้นจากความทุกข์ความทรมานทั้งปวง
คุณตาคนหนึ่งที่แม่เคารพนับถือ และช่วยรักษาทางธรรมะให้มาตลอด
ท่านนั่งทางในคอยดูแลให้ในช่วงสุดท้าย บอกว่า พอแม่ไปแล้ว เค้าไปหาคุณตาก่อนเลย
ใส่ชุดสีชมพูเปลือกชมพู่ ผมดำยาว สวยมาก
ทีแรกแม่ยังไม่อยากไป เพราะเป็นห่วงผม แต่คุณตาก็บอกให้ไปเถอะ เค้าถึงยอมไป
ไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลย ด้วยแรงแห่งกุศลผลบุญมากมายที่ได้ทำมาตลอดชีวิต

..............

แม่เป็นคนที่เข้มแข็งและอดทนมาก
แม่ต่อสู้กับโรคร้ายนี้มาเป็นเวลายาวนานอย่างเข้มแข็งและอดทน จนทุกคนที่ได้มาเยี่ยมก็กล่าวชมกันถ้วนหน้า
งานพยาบาลทำให้แม่ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน
ความมีอัธยาศัยดีต่อทุกๆคนทำให้แม่เป็นที่รักมากของเหล่าเพื่อนร่วมงาน ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง

ส่วนตัวของผมเอง
แม่เป็นอีกคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม
ผมเป็นลูกคนเดียวของแม่กับป๊ะ ครอบครัวเราจึงรัก ใกล้ชิด และผูกพันกันมาก

เมื่อก่อนผมเป็นเด็กขี้โรค ไม่สบายแทบทุกเดือน
แม่ก็จะหยุดงานอยู่บ้านเพื่อดูแลผม
ด้วยความที่เป็นพยาบาล แม่จึงดูแลผมได้ดีที่สุด
ยามปกติ แม่ก็คอยเล่นกับผม ไม่ให้ผมเกิดความรู้สึกเหงา จนเราเล่นหัวกันได้อย่างธรรมดา
ยามเรียนหนังสือ แม่ก็คอยช่วยติวหนังสือให้ตอนผมใกล้สอบ เคล็ดวิชาการจำแม่นของแม่ยังใช้ได้ผลดีเสมอ
ยามที่มีปัญหา แม่ก็จะคอยกอดปลอบใจผม และให้คำแนะนำดีๆตลอด จนผมสามารถผ่านพ้นปัญหาต่างๆมาได้
แม้ยามใกล้ถึงวาระสุดท้าย แม่ก็สอนผมให้รู้และเข้าใจถึงธรรมชาติของชีวิต ร่างกายนี้ไม่ใช่ของๆเรา เพราะเราไม่อาจควบคุมให้มันแปรเปลี่ยนสภาพไปได้ การเกิด แก่ เจ็บ ตายล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ ไม่ช้าก็เร็ว

ช่วงนี้ผมคิดว่าทำใจได้แล้ว แต่เมื่อคิดมากๆเข้าก็จะร้องไห้ได้อีกทันที
ผมดีใจที่แม่ไปสบายแล้ว
แต่ผมก็คิดถึงแม่เหลือเกิน
ผมเป็นคนอ่อนไหว ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง คิดยังไงก็แสดงออกไปแบบนั้น(เฉพาะในสิ่งที่ถูก)
เมื่อดีใจผมก็ดีใจสุดๆ
เมื่อผมเสียใจก็จะเศร้าอย่างสุดๆ ถ้าอยากร้องไห้น้ำตามันก็ออกมา
โดยเฉพาะเมื่อคนที่ผมรักที่สุดจากไปแบบนี้ จะห้ามผมไม่ให้ร้องไห้ได้ยังไงกันเล่า

เจ้าลูกคนนี้มันไม่มีระเบียบวินัย ขี้เกียจ รกเลอะเทอะ จิตใจอ่อนไหวง่าย
แถมยังแอบเอาแต่ใจ มักจะรู้สึกอึดอัด และอยากจะหนีออกจากกฏระเบียบที่แม่ชี้แนะไว้
ลูกคนนี้มันใฝ่หาอิสระของจิตใจนัก
แต่เมื่อมีอิสระอย่างกระทันหันและเกินไปแบบนี้ กลับรู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก
ต่อไปนี้จะไม่มีคำชี้แนะแนวทางจากแม่อีกต่อไปแล้ว
ผมจะต้องค้นหาหนทางที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยตัวเอง
โดยอาศัยสิ่งต่างๆที่แม่เคยสอนไว้ มาคิดประยุกต์ใช้ในทางเดินชีวิตในภายภาคหน้า

ผมยังเป็นเด็กที่ใช้ไม่ได้ก็จริง
แต่ผมจะพยายามให้ดีที่สุด
ผมต้องทำได้แน่ เพราะผมเป็นลูกแม่นี่นา

แม่จะอยู่กับผมตลอดไป
ในจิตใจ ทุกห้วงความคิดคำนึง
ในร่างกายนี้ ในเซลล์ทุกเซลล์ ในอวัยวะทุกส่วนที่เกิดออกมาจากตัวแม่
เมื่อผมกอดตัวเอง ก็จะเหมือนว่าผมได้กอดแม่
ชีวิตนี้แม่ให้มา ผมจะใช้มันให้ดีที่สุด

ผมจะไม่เอ่ยคำลา
เพราะสักวันเราจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน
แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น ขอเวลาผมทำใจไปอีกสักหน่อยเถอะนะ

ผมขอกราบขอบพระคุณแม่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
และขอขมาลาโทษต่อสิ่งใดก็ตามที่เคยได้ทำล่วงเกินแม่ไว้
จากนี้ก็ขอให้แม่ช่วยคุ้มครองผมกับป๊ะจากบนนั้นด้วยนะ
พระคุณอันยิ่งใหญ่ล้นเหลือ ชาตินี้ผมไม่อาจตอบแทนได้หมด
อยากให้แม่มาเกิดเป็นลูกผมต่อนะ ผมจะได้เลี้ยงแม่ตอบแทนบ้างไง

รักแม่ที่สุดในโลกครับ

We have fought well, mum
Now It's time to rest
"Rest In Peace"...



งานศพของแม่ผม นางละออ พานทอง
จัดที่ศาลา7 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ถ.ติวานนท์ อ.ปากเกร็ด นนทบุรี
สวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่12มี.ค. เวลา19.00น. เป็นเวลา5วัน
และฉาปนกิจวันเสาร์ที่18 เวลา10.00น.
ขอเชิญทุกท่านที่สะดวกมาร่วมงานนะครับ

ขอบคุณมากครับ



ปล. ขอบคุณบ๊อบที่เคยให้เพลงนี้มา"Wishes" เรารู้สึกว่ามันเข้ากับอารมณ์ช่วงนี้มากเลย ฟังแล้วอาลัยและคิดถึงความทรงจำดีๆที่เคยมีร่วมกับแม่...

edit @ 2006/03/13 11:48:34

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เสียใจ และ ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย

#1 By AERIAL RAVE on 2006-03-13 02:04

อ่านแล้วจะร้องไห้ตาม...
เราเสียใจด้วยนะเพชร
ขอให้คุณแม่ของเพชรไปสู่สุคติ

เพชรเองก็ต้องเข้มแข็งไว้นะ เพื่อนคนนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

#3 By Puff!n on 2006-03-13 02:37

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
เข้มแข็งต่อไปนะเรโกะ
ดูแลตัวเองให้ดีๆด้วยจ้า
เป็นกำลังใจให้เสมอเน้อ

#4 By [] R e n z E [] on 2006-03-13 02:43

ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีเหมือนกัน
รู้มาเหมือนกันว่าแม่เพจจี้ป่วย แต่ไม่นึกว่าจะหนักขนาดนี้
แม่เพจจี้สู้มามากจริงๆ แต่ตัวเพจจี้เองก็ไม่ได้น้อยไปกว่าหรอก
ขอให้สู้ต่อไปนะ
แล้วมีอะไรก็มาบ่นให้เพื่อนคนนี้ฟังได้ ยินดีรับฟังเสมอนะ

#5 By wassery_harp on 2006-03-13 02:46

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะพี่เรโกะ

เข้มแข็งไว้นะคะ

#6 By Housekigawa K. Ruki on 2006-03-13 08:20

เสียใจด้วยนะพี่...ขอให้เข้มแข็งเอาไว้...นะ

#7 By on 2006-03-13 10:07

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ....
ยังไงก็ขอให้เข้มแข็งต่อไปเน้อ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดนะครับ เป็นคนดีๆให้คุณแม่ของเรโกะซึ่งเฝ้าคอยมองเราจากบนฟ้าได้ภูมิใจ
ถึงปกติจะไม่ได้คุยกันสักเท่าไหร่(ห่างเหินไปนานเชียว)ก็ขอเป็นกำลังใจให้เช่นกันครับ ^^

#8 By Train on 2006-03-13 10:24

เสียใจด้วยนะน้องเพชร แต่น้องเพชรอย่าลืมนะว่าสิ่งที่คุณแม่ของหนูอยากเห็นคงไม่ใช่น้องเพชรที่เศร้าเสียใจ แต่เป็นน้องเพชรที่เข้มเเข็งและมีความสุขนะคะ พี่เอาใจช่วยนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้นะ จะช่วยเต็มที่จ้า

#9 By พี่อุ้ย (58.9.43.162) on 2006-03-13 10:25

อืม....ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรนะ

มันพูดไม่ออก

แต่ผมเสียใจด้วยนะ...แล้วผมว่าพี่เพชรก็เข็มแข็งมากเหมือนกัน

อย่าคิดมากนะครับ
คุณแม่เค้าไปสบายแล้ว ใช้ชีวิตที่คุณแม่ให้มาอย่างมีความสุขดีกว่า คุณแม่เค้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง รักพี่เพดนะ

#10 By หนมคุง (203.188.28.163) on 2006-03-13 10:29

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
ผมคงไปร่วมงานไม่ได้ เข้มแข็งเข้านะครับพี่สาว.......

ผมจะเป็นกำลังใจให้พี่เสมอ
อ่านที่พี่ Reiko เขียนแล้วเราก็ยังน้ำตาไหลตาม..

ยังไงช่วงเวลาที่พี่มีกับท่านมาตลอดทั้งชีวิตก็จะยังคงอยู่ในใจพี่นะ เข้มแข็งไว้ และต่อจากนี้ไปก็ขอให้พี่มีชีวิตต่อไปเพื่อคุณแม่ให้ดีที่สุด

คุณแม่ของเพชรต้องได้ขึ้นสวรรค์แน่ๆ

#12 By ~ K o t o k o ~ on 2006-03-13 12:46

ง่า ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับพี่ T T
อ่านแล้วร้องไห้ตามเลย เส้ามากๆ
แต่ยังไงก็เข้มแข็งต่อไปนะครับพี่ สู้ๆนคับ T T/

#13 By Kanzashi (125.24.4.255) on 2006-03-13 12:54

เสียใจด้วยเพชร เศร้ามากเลย
สงสารคุณแม่..
ขอให้คุณแม่ไปสู่สุคตินะคะ
เพชรอย่าท้อ...
เข้มแข็งและก้าวต่อไปนะ สู้เค้า

#14 By แต้ว (202.28.9.80) on 2006-03-13 15:06

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะเรโกะ และก็ขอเป็นกำลังใจให้

สู้ๆเน้อ ดูแลตัวเองให้ดีๆ * */

#15 By Jelphyr on 2006-03-13 16:21

เสียใจด้วยนะ
ก็ไม่รู้จะพูดไงดี

ดูแลตัวเองด้วยละ

#16 By Black cat K (161.200.170.143) on 2006-03-13 22:15

เสียใจด้วยนะ
ก็ไม่รู้จะพูดไงดี

ดูแลตัวเองดีๆละ

#17 By Black cat K (161.200.170.143) on 2006-03-13 22:15

เข้าใจความรู้สึกนะครับ เเม่ผมก็เคยเป็นมะเร็ง ผมเข้าใจ ขอเเสดงความเสียใจด้วยครับ

#18 By shikak on 2006-03-13 23:17

เสียใจด้วยนะคะหม่อมแม่ ยังไงก็สู้ๆต่อไปนะคะ ต้องขอโทษด้วยที่งานศพไม่สามารถไปได้ขอโทษด้วยค่ะ

#19 By Blood_Madness on 2006-03-13 23:22

เราก้อคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดคำนี้ "เสียใจด้วยนะ" แต่ยังงัยแม่เดสก้อไปดีแล้วพ้นจากความทุกข์แล้ว คงได้ไปสวรรค์อย่างที่เพชรบอกเพราะแม่เพชรเป็นคนดี แล้วเราเชื่อว่าแม่เพชรต้องได้รับสิ่งดีๆบนสรวงสวรรค์
เพชรต้องเข้มแข็งไว้นะ แล้วเราขอเป็นกำลังใจให้เพชรทำตามที่เพชรตั้งปณิธานเอาไว้ให้ได้นะ เพื่ออนาคตวันข้างหน้าของเพชรที่มีคุณแม่เพชรคอยเป็นกำลังใจและคอยดูแลเพชรในระหว่างทางที่เพชรจะไปถึงจุดมุ่งหมาย
สู้ต่อไปนะ

#20 By silverstream_a (61.91.62.8) on 2006-03-13 23:29

เสียใจด้วยนะครับ สู้ๆนะครับ

#21 By น้อท (203.113.80.141) on 2006-03-14 01:02

เสียใจด้วยนะ เราเองก็เพิ่งเสียคุณตาไป เข้าใจดีว่าความสูญเสียมันเป็นยังไง แต่เพชรก็ต้องเข้มแข็งไว้นะ ยังไงเวลามันก้อยังเดินต่อไป เราก็ต้องเดินหน้าต่อนะ มีอะไรก้อขอให้บอกได้เลย เรายินดีช่วยเสมอนะ がんばってね!

#22 By =Kirisawa= (58.8.197.77) on 2006-03-15 00:09

ขอเเสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยนะ
ทุกถ้วยคำที่เพชรเขียนในบล๊อคเราอ่านมันหมด
มันทุกให้เรารู้ได้ว่า เพชรให้ความสำคัญกับท่านเเม่มากเพียงใด ... ...

เพชรได้ทำหน้าที่ลูกที่ประเสริฐที่สุดเเล้ว ขอให้ท่านได้พักผ่อนอย่างสงบเถอะ


เเละสำคัญที่สุด เก็บท่านไว้เป็นเพียงเเค่ความทรงจำเเสนวิเศษ เเต่อย่าให้ความทรงจำนั้นกลายเป็นตัวฉุดรั้งอนาคตเราเลย


เราเชื่อว่าท่านกำลังเฝ้ามองเพชรไม่จากไปไหนหรอก
ถึง Reiko จ๊ะ

ก่อนอื่นเลยเราต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะ...ไม่ได้พูดโกหกเลยว่าพออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย น้ำตาเราก็ไหลออกมาจริงๆ...

ดูแลตัวเองมากๆนะ...คุณแม่จะอยู่กับเรา อยู่ในหัวใจเราที่ท่านให้เรามาตั้งแต่เกิดเสมอ...อย่างที่เรโกะคิดเลย

รักและเป็นห่วงนะจ๊ะ

หมี
เพชรสู้ๆ สู้ต่อไปนะจ๊ะ
ทุกคนต้องพลัดพรากจากคนที่ตัวเองรักทุกคน

เราเองก้คงต้องเจอแบบแกสักวัน

แต่ถึงเรายังจะไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เราก้ขอเปนกำลังใจให้แกนะ ..เกบมามี้ไว้ในความทรงจำ แย้วเดินหน้าต่อไป :)

รักแกนะ
แหม่ม -:-mamie-:-

#25 By -:-mamie-:- แหม่ม อักษรเองจ้าเพชร^^ (58.8.107.72) on 2006-03-16 23:32

เพชรจ๋า ติ๊กคิดผิดนะ ตอนแรกเค้านึกว่าเพชรจะต้องอ่อนแอแน่ๆเลย เพราะตอนยายเค้สเสียเค้าเข้าใจดี
แต่เพื่อนเค้าในวันนี้เข้มแข็งมากๆเลย
ติ๊กเสียใจด้วยนะ ไว้อาลัยแด่คุณแม่ด้วย(ผู้ที่เลี้ยงคนดีคนนึงได้เติบโตมาเป็นเพื่อนของเรา) เจอกันพรุ่งนี้นะ

#26 By supertik (210.86.131.249) on 2006-03-17 00:53

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ อ่านไปก็น้ำตาไหลไปด้วยเศร้ามากๆเลย การที่รู้และเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าซักวันวันนี้ต้องมาถึง แต่พอเวลามันมาถึงจริงๆก็ยังเศร้ามากๆอยู่ดี ตอนนี้หนูก็มีเพื่อนคนนึงกำลังรักษาตัวเพราะโรคมะเร็งด้วยเหมือนกัน บังเอิญคุณพ่อหนูรู้จักกับอาจารย์หมอที่ช่วยดูเคสของเพื่อนคนนี้ให้ เลยรู้ว่าโอกาสหายตอนนี้ไม่มี ตอนรู้ครั้งแรกก็ช็อคมาก ไม่รู้จะพูดยังไงดี เวลาเพื่อนเข้าผ่าตัดแต่ละครั้งทางคุณแม่ของเพื่อนและอาจารย์ก็จะมาบอกว่าโอเค ปลอดภัย อาการดีขึ้นแล้ว แต่ขณะเดียวกันหนูก็จะได้ยินข่าวมาจากทางคุณพ่อว่ามะเร็งมันขึ้นมาอีกเยอะมาก เอาออกได้ไม่หมด ตอนนี้ทำได้แค่รักษาตามอาการเพราะมะเร็งชนิดนี้ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่หายได้ในประเทศ ส่วนต่างประเทศไม่รู้ ตอนนี้ถ้ามันไปขึ้นที่ไหนก็ต้องผ่าออกเพื่อบรรเทาอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ตอนนี้รู้สึกว่าระยะการผ่าตัดก็กระชั้นขึ้น เร็วขึ้นทุกที ซึ่งผ่าติดๆกันบ่อยๆก็ไม่เป็นผลดีนักเพราะมะเร็งที่เพื่อนเป็นอยู่มันขึ้นที่สมอง คุณพ่อเคยบอกตรงๆเลยว่าคงไม่รอด รู้ทั้งรู้แต่จนถึงวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ก็ภาวนาให้อาการเค้าทุเลาลงบ้าง อย่ากำเริบหนักเลย...
ตอนนี้หนูก็ขอให้พี่ reiko เข้มแข็งเอาไว้นะคะ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาให้หมด อย่าฝืนไว้ แต่ซักวันพี่ต้องกลับมายืนหยัดอย่างเข้มแข็งให้ได้นะคะ หนูเชื่อว่าคุณแม่ของพี่ยังรักและคอยดูแลคุ้มครองพี่อยู่ข้างบนนู้นแน่ๆค่ะ

รักและห่วงใยนะคะ
reiki

#27 By reiki-chan (58.8.103.54) on 2006-03-17 22:28

เราคงจะพูดอะไรได้ไม่มากนัก

...ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยนะคะ.......

#28 By sumi ♥ vin on 2006-03-18 22:40

ได้อ่านทุกบรรทัดเลยค่ะ กลั่นกรองออกมาจากใจหมดทั้งหน้านี้เลยจริงๆ

ชอบตรงที่ว่า ต้องเข้มแข็งเพราะเป็นลูกแม่ กับจะไม่พูดคำว่าลา เพราะว่ายังไงเราก็ต้องได้พบกันอีก...
คมจริงๆค่ะ แล้วก็จริงซะด้วยสิ

ขอให้คุณแม่มีความสุขอยู่ในโลกโน้นนะคะ มันคงจะสบายกว่าแน่นอนเลย

อ่านแล้วนึกถึงคุณแม่ตัวเองเหมือนกัน ท่านเองก็ใจดีกับเรามากที่สุดในชีวิต เลยอ่านแล้วอินอย่างสุดๆ

สุดท้ายนี้ ขอไว้อาลัยด้วยคนค่ะ เข้มแข็งเข้าไว้นะคะ

#29 By ☆ ツバサ ★ on 2006-03-19 00:41

ง่ะ เราเพิ่งรู้นะเนี่ย ไม่ได้เปิดเข้า blog ใครๆ ซะนาน

ขอแสดงความเสียใจกับเพชรด้วยนะ
แต่ไม่ว่ายังไงก็ขอให้เข้มแข็งไว้เสมอ
เราเชื่อว่าคุณแม่เพชรต้องคอยเฝ้ามองลูกตัวเองจากสวรรค์อยู่เสมอ
เป็นกำลังใจให้เสมอครับ
เราเพิ่งเวียนมาดู..มันผ่านไปนานแล้วแฮะ..=___=^
ดูแลตัวเองดีดีนะคะ.. อ่านแล้วเศร้าจัง.. แต่เราว่าทั้งแม่ทั้งลูกก็เข้มแข็งทั้งคู่ น่าชื่นชมจัง

#32 By mhapia on 2006-07-02 21:48

พี่เพชรสู้ต่อไปนะ ยังมีคนเป็นห่วงเป็นใยพี่เพชรอยู่เสมอ
นุกเสียใจกับพี่ด้วยนะ ร้องไห้เลยล่ะพออ่านเอนทรี่นี้ ตอนตานุกตายก็มีความรู้สึกเดียวกัน พี่เพชรมาคุยกับนุกได้เสมอนะ เป็นกำลังใจให้คะ
รักพี่นะ

#33 By ^ hotaru ^ on 2009-06-12 12:58